ทรงกลด บางยี่ขัน : สิ่งที่ไม่ควรลืม - ในงาน Ignite Thailand++ "ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย" @ ลุมพินีสถาน สวนลุมพินี
วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Israeli Soldiers Dancing ft. Kesha - TICK TOCK (Rock the Casba in Hebron)
|
Eyeborg Guy replaced his own false eye with Video Camera OnlySuper.com
|
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Maradona Fumando Habano en el etrenamiento Mundial Sudafrica 2010
แฉคลิป "มาราโดน่า" ห้าวเป้ง! ซ้อมไป ดูดซิการ์ไปสบายใจเฉิบ
ดีเอโก้ มาราโดน่า กุนซือทีมอาร์เจนตินา ทำพฤติกรรมสุดห้าวในแคมป์ซ้อมระหว่างศึกฟุตบอลโลกปี 2010 อีกแล้ว คราวนี้ลงมาซ้อมกับลูกทีมพร้อมคาบซิการ์ควันขโมงอยู่ที่ปาก
ก่อนหน้านี้มาราโดน่าเคยซ้อมแบบพิเรนให้ลูกทีมยิงลูกอัดใส่ทีมพี่ ซ้อมแพ้มาแล้ว คราวนี้เสือเตี้ยตัดสินใจลงสนามซ้อมพร้อมลูกทีม แต่ยังคงมีพฤติกรรมแผลงๆ เตะไปพร้อมๆกับดูดซิการ์ควันขโมง
อย่างไรก็ตาม ทีมอาร์เจนตินาได้รับข่าวไม่ค่อยดีนัก ลีโอเนล เมสซี่ดาวดังหัวใจสำคัญของทีมไม่สามารถลงซ้อมได้เพราะทีมแพทย์แนะนำให้เม สซี่พักไปก่อนเนื่องจากพบว่าเป็นหวัด แต่ยังไม่มีไข้ขึ้นหนักเท่าไรนัก
ทัพฟ้าขาวอาจต้องลุ้นให้เมสซี่หายทันลงช่วยทีมฉะกับเยอรมันได้ทันในวันที่ 3 กรกฎาคม
maradona consolado por su hija tras eliminacion joachim mira escena
วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:01:00 น. มติชนออนไลน์
คลิปสุดซึ้ง! "โยอัคคิม เลิฟ" ยืนดู"เสือเตี้ย"กอดลูกสาวแนบแน่นหลังพ่ายเยอรมันหมดรูป
คลิปสุดซึ้ง! "โยอัคคิม เลิฟ" ยืนดู"เสือเตี้ย"กอดลูกสาวแนบแน่นหลังพ่ายเยอรมันหมดรูป
สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่คลิป ดีเอโก้ มาราโดน่า กอดลูกสาวของตัวเองแน่นสุดใจไม่ยอมปล่อยหลังจากที่อาร์เจนตินาพ่ายให้กับทีม เยอรมันแบบหมดรูป
ระหว่างศึกเวิลด์ คัพ 2010 ที่ผ่านมามาราโดนามีพฤติกรรมห้าวๆหลายอย่างทั้งการซ้อมแบบพิเรน และการให้สัมภาษณ์สื่อแบบเผ็ดร้อนสร้างสีสันให้กับการแข่งขันครั้งนี้เป็น อย่างมาก แต่ตอนนี้มาราโดนาอยู่ในสภาพของผู้พ่ายแพ้ต้องกลับบ้านเช่นเดียวกับทีมอื่น ที่ผ่านมา
ทีมอาร์เจนตินาของเสือเตี้ยพลาดท่าโดนเยอรมันขึ้นนำอย่างรวดเร็วและ จำเป็นต้องบุกเข้าใส่จึงเปิดพื้นที่ให้ทีมเยอรมันได้สวนกลับผลการแข่งจึงออก มาแบบหลุดลุ่ยดังที่เห็นกัน
หลังจากความพ่ายแพ้ มาราโดนาเข้าไปสวมกอด ดาลม่า ลูกสาวสุดที่รัก หลังจากนั้น โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมเยอรมันเดินผ่านและพบเห็นทั้งสองคนแต่ตัดสินใจไม่รบกวนช่วงเวลาสุด ซึ้งของทั้งสอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้แฟนบอลเห็นอีกด้านหนึ่งของบุคลิกกุนซือสุดห้าวผู้นี้
น่าเสียดาย..4 อาหารไทยที่ไทยเมิน
อาหารไทย ใครๆก็รู้ถึงกิตติศัพท์ของความอร่อย ซึ่งบางเมนูก็ติดหูติดปากกันมานาน แต่สำหรับบางเมนูก็แทบจะถูกกลืนไปกับกาลเวลาที่ทุกวันนี้จะเรียกว่าถูกลืมไปแล้วอย่าง 4 เมนูอาหารไทยท้องถิ่น ที่คนไทยได้กินบ่อยเหล่านี้...
ไข่ป่าม
เป็นอาหารท้องถิ่นของทางภาคเหนือ มีลักษณะคล้ายกับไข่ตุ๋น และไข่เจียว แต่กรรมวิธีของเมนูนี้จะเอามาจี่บนเตาจนสุกได้กลิ่นหอมของใบตอง ส่วนวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมของไข่ป่ามก็จะมีเกลือ และต้นหอมซอย แต่ถ้าอยากให้พิเศษหน่อยก็อาจจะใส่เห็ด หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วยก็ได้
ข้าวปุก
อีกเมนูพื้นบ้านของทางภาคเหนือที่หาทานยาก และทำยาก เพราะต้องเอาข้าวเหนียวดำนึ่งมาผสมกับงาดำและตำจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว คิดดูสิกว่าจะได้แต่ละแผ่นยากเย็นขนาดไหน เมนูนี้นอกจากจะอร่อยเหนียวหนึบแล้ว ยังฝึกความอดทนของคนทำอีกด้วย เพราะถ้าแรงไม่ดีจริง หรือขี้เกียจเสียก่อนก็คงไม่ได้ทานขนมอร่อยๆแบบนี้
หมี่พันลับแล
คุ้นหูขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่บ่อยที่จะหาทานได้นอกจากเดินทางไปที่เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ เป็นอาหารว่างขึ้นชื่อของที่นั่น มีรสชาติจัดจ้านของไส้ที่เป็นเส้นหมี่ ห่อด้วยข้าวแคบปรุงรสเผ็ดเล็กน้อย
ขนมหัวล้าน
หน้าตาของขนมหวานชนิดนี้อาจไม่แปลกเท่าชื่อ ซึ่งเท่าที่ถามจากคนในท้องถิ่น จ.ปัตตานี ก็เล่าว่า เพราะเจ้าลูกกลมๆสีขาวนี่แหละทำให้ต้องตั้งชื่อว่าขนมหัวล้าน เพราะมันเกลี้ยง โล้นแถมพอผสมกับน้ำกะทิยังเกิดความเงาที่ผิวอีก
แต่ถึงชื่ออาจจะแปลกไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะความรสชาตินั้นถือว่าอร่อย ทีเดียว ยิ่งถ้าใครที่ชอบทานบัวลอย กับครองแครงน้ำกะทิต้องลอง เพราะขนมชนิดถือเป็นการผสมผสานของขนม 2 ชนิดนี้ เพียงแค่ว่าภายในลูกกลมๆ สีขาวจะมีไส้ซึ่งทำจากถั่วเขียวนึ่งสุกกวนกับมะพร้าวขูดและน้ำตาล เลยได้ความหอม มัน และเหนียวหนึบจนหยุดไม่อยู่จริงๆ.
http://www.thairath.co.th/content/life/93383
--
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com/2010/05/16/the-king-fades
http://thaiuknews.wordpress.com
http://redphanfa2day.wordpress.com
http://liberalthai.wordpress.com,
http://asiapacific.anu.edu.au/newmandalahttp://www.notthenation.com,
http://wdpress.blog.co.uk,
http://www.youtube.com/user/iheredottv,
http://redsiam.wordpress.com,
http://siamrd.blog.co.uk,http://thaienews.blogspot.com,
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com,
http://thaiuknews.wordpress.com,
http://redphanfa2day.wordpress.com,
http://liberalthai.wordpress.com,
http://lmwatch.blogspot.com/ศูนย์ข้อมูลและเฝ้าระวังกรณีผลกระทบจาก"กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง,
http://horriblethailand.wordpress.com/category/red-songs,
http://www.filmint.nu
http://filmjournal.net/kinoblog
กูเกิลดูเดิล "เมืองไทยของฉัน" เด็กชายวัย 15 คว้าชนะเลิศ
กูเกิลดูเดิล "เมืองไทยของฉัน" เด็กชายวัย 15 คว้าชนะเลิศ
กู เกิลไทยประกาศผลการประกวดภาพวาดดูเดิล 4 กูเกิล (Doodle 4 Google) ผลงานชนะเลิศเป็นภาพ "สุพรรณหงส์" ของ ดช.เทิดธันวา คะนะมะ วัย 15 ปี จากโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยเด็กไทยร่วมส่งผลงานมากที่สุดในเอเชียกว่า 46,000 ชิ้น
ผู้ใช้งานเว็บไซต์กูเกิล Google หลายล้านคนจะได้เห็นภาพกูเกิล ดูเดิล เรือ "สุพรรณหงส์" ซึ่งเป็นผลงานของเด็กชายเทิดธันวา บนหน้าโฮมเพจ
กูเกิลไทย Google.co.th เป็นเวลา 1 วันเต็ม ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 ส.ค. 2553
ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานชนะเลิศจากภาพดูเดิลมากกว่า 46,000 ชิ้น ที่ส่งเข้าประกวดในการแข่งขันครั้งแรก ด้วยจำนวนโหวตกว่า 140,000 คะแนน จากคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนโหวตที่มากที่สุดในการประกวดดูเดิล 4 กูเกิล ในภูมิภาคเอเชีย
ด.ช.เทิดธันวาอธิบายที่มาของผลงานภาพดูเดิลที่ชนะเลิศไว้ว่า "เมืองไทยของฉัน เป็นการนำเอาภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ อันเป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในพระราชพิธีต่างๆ ทางน้ำ ถือเป็นคุณค่าที่อยู่คู่ไทยมาอย่างยาวนาน สายน้ำที่มีเงาสะท้อนจากเรือ และตัว Google นั้น เป็นการแสดงถึงสายวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของเรือทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันโยงใยไปกับอักษร Google ที่ใช้สีทองสีเดียว อันเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าทั้งหมดแก่สายตาชาวโลก"
นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับอื่นๆ ได้แก่ ด.ญ.คนึงนิจ โพธิ์ศรี โรงเรียนบวรรัตนศาสตร์ จังหวัดระยอง, ด.ญ.ประติมา ชุมศรี โรงเรียนบ้านกระเบื้องวิทยาคาร จังหวัดนครราชสีมา และนายฉัตรตญา ทิพย์สิริพงษ์ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จังหวัดพะเยา คือผู้ชนะในระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 3, ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ตามลำดับ
ด้านนายไมเคิล โลเปช นักวาดภาพดูเดิลจากกูเกิล หนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวว่า ผลงานที่ส่งเข้ามามีมาตรฐานสูงมาก "ผมชอบภาพดูเดิลที่พรรณนาเกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทงของน้องคนึงนิจ, ขณะที่น้องประติมามีความน่าสนใจในการใช้เทคนิคการเล่นสีน้ำ ส่วนน้องฉัตรตญา รวมสองความแตกต่างวัฒนธรรมไทยเป็นหนึ่ง โดยใส่รอยยิ้มบนใบ หน้ายักษ์ที่ดุร้าย อย่างไร ก็ตาม ผลงานที่ดูโดดเด่นที่สุดสำหรับผม ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์เหนืออื่นใดของน้องเทิดธันวา ที่ใช้สีทองและเรือหลวงเป็น สัญลักษณ์อันมีค่าของเมืองไทย บ่งบอกถึงความนอบน้อมอันเป็นประเพณีไทยและความเจริญรุ่งเรือง"
ทั้งนี้ ผู้ชนะจะได้รับทุนการศึกษาจำนวน 25,000 บาท พร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และทริปเดินทางไปทัศนศึกษาที่สำนักงานใหญ่กูเกิล ณ เมืองเมาเท่นวิล กับครูประจำชั้นและผู้ปกครอง โดยจะได้พบกับทีมงานออกแบบดูเดิลเป็นการส่วนตัวและชมสาธิตขั้นตอนการสร้าง ภาพดูเดิลอย่างละเอียด.
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon
นปช.ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ครบ 50 วัน
“เก่ง” อาสาสมัครเคราะห์ร้ายเหยื่อหมายเรียก ศอฉ.ร่วมทำบุญครบรอบ 50 วัน อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่ของรัฐบาล ณ วัดปทุมวนาราม เผยน้ำตานองหน้าไม่นึกว่าจะได้รับการตอบแทนเยี่ยงนี้...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ค. 2553 กลุ่ม นปช.จังหวัดราชบุรีและกลุ่มนักรบไซเบอร์ จำนวนกว่า 200 คน เดินทางมารวมตัวกันที่วัดปทุมวนาราม ฝั่งตรงข้ามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 วัน โดยมี นายวสันต์ สายรัศมี หรือ “เก่ง” อายุ 27 ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งถูก ศอฉ. นำหมายเรียกไปติดไว้ที่หน้าบ้านเดินทางมาร่วมงานด้วย
สำหรับบรรยากาศภายในงานมีการทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป โดยกลุ่ม นปช.ได้ร่วมกันฟังสวดบังสกุล ถวายสังฆทาน กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล และจุดธูปเทียนวางดอกไม้เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกคน นอกจากนี้ยังมีการทำเสื้อมาวางขายเพื่อนำรายได้ไปมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย
จากการสอบถาม นายวสันต์ สายรัศมี หรือ “เก่ง” อายุ 27 ปี อาสาสมัครเคราะห์ร้ายกล่าวทั้งน้ำตาว่า ทราบข่าวจากทางอินเทอร์เน็ตจึงรีบเดินทางมาร่วมงานทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะตนคิดถึงเพื่อนๆ อาสาสมัครที่ต้องเสียชีวิตในวัดถึง 6 ศพ ซึ่งหลังจากถูก ศอฉ.ออกหมายเรียกก็ทำให้ชีวิตไม่เป็นปกติ ตนไม่สามารถประกอบอาชีพและเดินทางกลับไปหา “น้องกล้า” ลูกชายวัย 9 ขวบที่บ้านได้ รู้สึกเสียใจอย่างมากทั้งที่ตนและเพื่อนทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างไม่แบ่งแยกฝ่ายไม่เคยเลือกข้างเลือกสี ขนาดเหตุการณ์ที่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนยังไปช่วยปฐมพยาบาลทหารที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแต่กลับถูกรัฐบาลตอบแทนอย่างนี้
“น้ำตาที่ไหลในวันนี้ เพราะคิดถึงลูกและเพื่อนๆ ทุกคนมันเกิดจากความน้อยใจที่ชีวิตตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเร่ร่อนแบบนี้ ทั้งที่เราเป็นแค่อาสาสมัครไม่ได้เกี่ยวข้องกับ นปช. หรือกลุ่มการเมืองกลุ่มใด ที่สำคัญตนไม่ได้กลัวที่ตัวเองถูก ศอฉ.ออกหมายเรียก แต่มีผู้ใหญ่หลายๆ ท่านให้แนะนำว่าอย่าเพิ่งเดินทางไปมอบตัวให้รอปรึกษาทนายความก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป” นายวสันต์ กล่าว
"ฆ่าตัดตอน" ขนานเทียม!..."อุ้มฆ่า"ขนานแท้!!
“ฆ่าตัดตอน” ขนานเทียม!...“อุ้มฆ่า”ขนานแท้!!
วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมได้เขียนเรื่อง “ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?” ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงเรื่องที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ของชาวไทยเรา ทรงมีความห่วงใยในปัญหายาเสพติด จนถึงต้องออกพระโอษฐ์ต่อที่ประชุมมหาสมาคม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2545
หลังจากที่คอลัมน์ดังกล่าว ได้เผยแพร่สู่ประชาชน ปรากฏว่า อีกไม่กี่วันถัดมา คือวันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน 2553 ได้มีการจัดงานอภิปรายเรื่อง “คดีฆ่าตัดตอน...คดีที่ต้องสานต่อให้จบ” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วิทยากรที่มาปรากฏตัวในวันนั้น ตามรายชื่อผมก็เห็นมีแต่หน้าเก่าๆช้ำๆ คือพวกถนัดการโจมตีทักษิณ และสิ่งที่นำมาเผยแพร่ ก็เรื่องเดิมๆ ไม่เห็นมีอะไรใหม่ ลงท้ายก็อวดศักดา บอกในทำนองว่า
จะเอานายกฯทักษิณ ไปขึ้นศาลโลก เพราะมีนโยบายกระทำผิดต่อมนุษยชาติ...เก่งๆกันทั้งนั้น!
ผมเห็นข่าวแล้ว ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ต่อจากข้อเขียนครั้งก่อน ให้ท่านผู้อ่านฟังกันต่ออีกสักหน่อย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปรารภถึงความหนักพระทัยในการแพร่ระบาดของยาเสพติด ท่ามกลางที่ประชุมมหาสมาคม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่รอช้า ได้สนองพระราชดำรัสทันที ด้วยการเรียกประชุมหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน เพื่อผนึกกำลังเข้าต่อตีศัตรูร้ายของชาติอย่างแข็งแรง จนทำให้ขบวนการค้ายาเสพติด ผู้ค้ายา ผู้เสพ แทบจะหมดสิ้น ไปจากแผ่นดินไทยเราเลยทีเดียว
เมื่อปี พ.ศ.2546 รัฐบาลของนายกฯทักษิณ ได้ประกาศสงครามยาเสพติด เพราะในขณะนั้นมีรายงานชัดเจนว่า เฉพาะเยาวชนชาวไทยกลายเป็นผู้เสพหรือต้องใช้ยาเสพติด เป็นจำนวนถึง 800,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมาก เสียงประชาชนตนเป็นพ่อเป็นแม่ผสมกับสื่อมวลชน ดังประสานขึ้นอย่างกึกก้อง สนับสนุนให้รัฐบาล ปราบปรามยาเสพติดทั้งองคาพยพกันอย่างจริงจัง
หลังจากการประกาศสงครามสำคัญ เพื่อต่อต้านมหันตภัยทำลายชาติ และปฏิบัติการช่วยเหลือเยาวชนที่จะเป็นกำลังของบ้านเมืองเรานั้น ให้พ้นจากพิษภัยของยาเสพติด ทุกหน่วยราชการและสรรพกำลังของชาติทั้งมวล ได้เข้าร่วมในการปราบปรามครั้งนั้น อย่างพร้อมเพรียง
หน่วยราชการไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง กองทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ กองทัพภาคกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งกระทรวงทบวงกรมอื่น และตำรวจด้วย ถูกกำหนดให้มีภารกิจสำคัญที่สุด ที่ต้องพึ่งขุมพลังทั้งหมดของชาติร่วมกัน
ที่สำคัญไม่แพ้กับหน่วยงานของรัฐคือ องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิ หน่วยงานอิสระฯลฯได้เข้าร่วมมือร่วมใจประสานกันเป็นหนึ่ง มีส่วนร่วมในสงครามปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญนี้
โครงการที่ถือกำเนิดต่อเนื่อง กับสงครามปราบปรามยาเสพติด ที่โดดเด่นและผลที่งดงามจากนโยบายของชาตินี้คือ โครงการ ‘ทูบี-นัมเบอร์วัน’ ในพระอุปถัมภ์ของ ทูลกระหม่อมฯ ซึ่งบัดนี้ได้มีเยาชนคนของชาติเข้าร่วมโครงการนี้...
กว่าสิบล้านคนแล้ว!
กลายเป็นขุมกำลังของชาติ ในการต่อต้านยาเสพติด ที่สำคัญที่สุดอีกององค์กรหนึ่ง!!
ชมรมของทูลกระหม่อมฯ ก้าวหน้าจนมีนิตยสาร ‘To Be Number1’ ออกมารายคาบสามเดือน มีคอลัมน์ Talk To The Princess ซึ่งทูลกระหม่อมฯทรงตอบปัญหา ที่สมาชิกชมรมสอบถามเข้ามา ด้วยพระองค์เอง
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ รับสั่งถึงโครงการทูบีนัมเบอร์วันที่ทรงทำอยู่ ณ เวลานี้ด้วยว่า
ทรงได้รับกำลังพระทัย จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นสำคัญ
ทรงเล่าประทานว่า
“ท่านจะรับสั่งให้กำลังใจ และบอกว่าเราเดินไปถูกทางแล้ว และท่านก็บอกว่า เราสามารถติดต่อและสื่อกับเด็กๆได้ ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กๆ ท่านจะชื่นชมและปลื้มพระทัย ซึ่งเราดีใจมากที่ทำให้ท่านปลื้มพระทัย และท่านก็บอกให้ทำโครงการนี้ต่อไป และให้สื่อกับเด็กๆมากที่สุด และให้ทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชนบูรณาการและพัฒนาโครงการนี้ต่อไป”
เรื่องดีๆอย่างนี้หมดไป หลังจากทหารเข้ามายึดอำนาจไปจากประชาชน กลับถูกทำให้เลือนหายไป พร้อมกับการเบ่งบานของยาเสพติด ที่แพร่กลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว
...หรือใครว่าไม่จริง!
หลังรัฐประหารไม่นานนัก หลังพล.อ.สุรยุทธ์ ผู้นำรัฐบาลหุ่นขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พอถึงกลางเดือน พ.ย.ปีกลาย หนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวกันพร้อมเพรียง เรื่องนายกฯเขายายเที่ยงสั่งรื้อคดีฆ่าตัดตอน ที่ฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณ ระดมโจมตีกันขนานใหญ่ ว่า
ในยุคนั้น มีการฆ่าตัดตอน ถึง 2,500 ศพ
รัฐบาลเขายายเที่ยง ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ที่มีนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดยุติธรรม เป็นเจ้าภาพดำเนินการในเรื่องนี้ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหัวหอกในการดำเนินการ
เป็นเวลาประมาณ 1 ปี จนกระทั่งนายจรัญฯมีอันต้องพ้นจากตำแหน่งปลัดฯไป ก็ไม่มีข่าวปรากฏออกมาให้เห็นว่า หน่วยงานในบังคับบัญชาของเขา มีการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา ในคดีฆ่าตัดตอนได้แม้แต่คดีเดียว หรือมีใครกันบ้าง ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ตัวการ” ในคดี ‘ฆ่าตัดตอน’ ผู้คนไปมากมายถึงสองพันห้าร้อยศพอย่างที่พูดกัน
สรุปง่ายๆคือ ที่นายจรัญฯรับเป็นเจ้าภาพสืบหาความจริงนั้น ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย
ต้องพูดกัน อย่างนี้แหละ!
เรื่องฆ่าตัดตอนนี้ ไม่ได้จบแค่นายจรัญฯ เพราะต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2550 นายพลสุรยุทธ์ นายก ณ.เขายายเที่ยง แกให้สัมภาษณ์ที่บ้านพิษณุโลก ในรายการของตัวเอง ซึ่ง นสพ.ไทยรัฐได้ลงข่าว และผมขอตัดข่าวมาให้ดูโดยไม่ตัดทอน ดังนี้
แฉเหตุผ่าตร. ฆ่าทิ้งยาบ้า-ใต้ [8 ก.ค. 50]
...เช้าวันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เปิดบ้านพิษณุโลก” ถึงการปรับปรุงโครงสร้างตำรวจว่า เคยพูดไปแล้วว่า สิ่งที่ประชาชนทางภาคใต้พูดถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตำรวจซึ่งเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เรื่องการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุม ผลที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมามีลักษณะการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ประมาณ 2,000 กว่าคน ไม่ว่าเรื่องการปราบปรามยาเสพติด การใช้อำนาจเกินเลย...
สรุปได้ว่าประเด็นหลักจริงๆ ในการปรับปรุงองค์กรตำรวจของชาติ ก็คือ
นายกฯสุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง แกฝังจิตฝังใจว่า ตำรวจฆ่าทิ้งเสีย 2,000 กว่าศพ นั่นเอง!
โถ...นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก?
และคนที่มาเป็นประธานกรรมการ ปรับปรุงองค์กรตำรวจ ก็ไม่ใช่ใคร ก็คือนายพล วสิษฐ์ เดชกุญชร หนึ่งในวิทยากรที่เข้าร่วมการสัมมนา ที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งผมได้กล่าวถึงตอนต้นนั่นเอง
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ที่จะต้องดันแบบหัวชนฝากันว่า ต้องมีการฆ่าตัดตอนแน่ๆ
ท่านผู้อ่าน พอจะเห็นความเกี่ยวพันกัน หรือยังล่ะครับ!?
ผมว่านายกฯเขายายเที่ยง แกลืมไปแล้วหรือว่า ในปีที่ประกาศสงครามยาเสพติดกันอยู่นั้น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งอะไรอยู่
ตัวเองมีส่วนร่วม ในสงครามครั้งนี้กับเขาด้วย หรือเปล่า?
หน่วยทหารต่างๆเข้าไปเกี่ยวข้อง กับสงครามการต่อสู้กับยาเสพติด อย่างไรบ้าง?
ผมสงสัยว่านายกฯเขายายที่ยง ที่ความจำจะสั้น จึงต้องเตือนความทรงจำ ด้วยข้อความจากข่าวสารของกองทัพบกเองดังนี้...
“...การประกาศชัยชนะสงครามยาเสพติดนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ ส่วนสนับสนุนกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งผู้อำนวยนวยการส่วนสนับสนุนกองบัญชาการกองทัพบก นำกำลังพล นายทหาร นายสิบ พลอาสาสมัคร พลทหาร ฯ และลูกจ้าง ....ร่วมประกาศชัยชนะสงครามยาเสพติด เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ....”
คราวนี้นายกฯเขายายเที่ยง จำได้หรือยังล่ะ!?
ผมไม่รู้ว่า ความเชื่อฝังจิตฝังใจว่า ตำรวจฆ่าทิ้งเสีย 2,000 กว่าศพ อย่างนี้มันฝังหัวกบาล คนระดับนายกฯอย่างสุรยุทธ์ได้อย่างไรกัน
ทำไมถึงเชื่อ...ง่ายดายถึงปานนั้น?
ทำไมแกไม่ฉุกคิด ขึ้นมาบ้างว่า
หากมีการฆ่าคนโดยตำรวจเป็นผู้ลงมือเอง และฆ่ามากมายขนาด 2,500 ศพนั้น มันจะต้องมีเจ้าทุกข์จำนวนนับร้อยนับพัน ปรากฏให้เห็นด้วยการแห่แหนกันมาร้องทุกข์แล้ว
แต่ภาพอย่างนั้น กลับไม่เคยปรากฏ ต่อสาธารณชนเลย!
ไม่น่าเชื่อว่า ทั้งๆที่เห็นมีการป่าวประกาศกันเหยงๆ ว่าญาติใครถูกตำรวจฆ่า ให้ไปแจ้งความกับกรมสอบสวนพิเศษ ที่นายกฯเขายายเที่ยงเป็นประธานอยู่ หรือแจ้งผ่านสำนักนายกบ้าง แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่า
คดีที่กรมสอบสวนพิเศษ ซึ่งมีนายกฯเขายายเที่ยงเป็นประธาน ได้อนุมัติให้มีการสอบสวน โดยมีผู้มาร้องทุกข์ โดยไอ้นักการเมืองหัวหงอก เป็นผู้พามาร้องทุกข์ (เท่าที่ออกข่าว นสพ.) เพียง 1 ราย ที่สงสัยว่าตำรวจจะฆ่าเอา เหตุเกิดที่ จว.นครราชสีมา ตอนนี้คดีความไปถึงไหน ยังไม่มีการเผยแพร่ให้รู้กัน แต่ที่แน่ๆ
ยังไม่มีการฟ้องร้อง ต่อศาลแต่อย่างใด
หรือเหลวไปแล้ว...ก็ไม่รู้!?
รายล่าสุดก็มีคดีเรื่อง ‘น้องฟลุค’ที่ถูกลูกหลงจากกระสุนปืนของตำรวจ สน.บางชัน ปัจจุบันนี้ คดีก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ตัวตำรวจที่ถูกกล่าวหานั้น พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 3 นาย โดย “ตานวย” แกให้เหตุผล ในการประกันตัวว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ได้กระทำในขณะปฏิบัติหน้าที่จึงใช้ตำแหน่งยื่นช่วยเหลือ เรื่องก็มีอยู่เท่านั้น ส่วนคดีความก็กำลังว่ากันอยู่ในชั้นศาล
แต่ไม่ใช่ “คดีฆ่าตัดตอน” แน่ๆ!
มีอีกคดีหนึ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ส่งฟ้องตำรวจ
กาฬสินธ์ไป ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นการฆ่าตัดตอน แต่พวกที่ตายก็เป็นแก๊งลักรถ ในคดีก็ไม่ได้โยงอะไร ไปถึงนายตำรวจผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดหรือระดับภาค หรือระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วอย่างนี้ จะไปลากเอาคุณทักษิณฯว่า...
...‘บงการฆ่า’ ได้อย่างไรกัน!?
ฉะนั้น อย่ามาคุยให้เหม็นขี้ฟันกันเลย เพราะไอ้คดีที่กล่าวหาว่าตำรวจอุ้มไปฆ่าตั้ง 2,500 คน แต่ที่อีตาสุรยุทธ์ฯแกเอามาอ้างตามพวกสื่อ และนักการเมืองและฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณ กุกันขึ้นมาเป็นข่าวนั้น เป็นคดีตามปกติเท่านั้น คือ
คดีที่ตามกฎหมายเรียกว่า คดีที่ยังไม่ทราบตัวคนร้าย หรือเรียกหรือยังจับกุมตัวไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารบ้าบอคอแตกอะไรเลย
จึงขอยืนยัน ณ ที่นี้เลยว่านายกฯเขายายเที่ยง พูดไม่ตรงกับความจริง
พูดโดยมีอคติกับตำรวจ!
การตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงในการรับผิดชอบไม่ได้ ดูอย่างกรณีตากใบ ทหารฆ่าคนมุสลิมที่ไม่มีอาวุธ ตายอย่างโหดเหี้ยมคาที่เกิดเหตุ 7 ศพ อุ้มขึ้นรถไปอีกนับร้อย และทำให้ผู้คนถึงแก่ความตาย อย่างทารุณโหดร้ายบนรถบรรทุกอีก 74 คน จนเป็นข่าวทำให้เมืองไทยเสื่อมเสียอย่างยิ่งนั้น
รัฐบาลทักษิณก็ต้องรับผิดชอบ แต่เมื่อผลการไต่สวน ชันสูตรพลิกศพออกมา หลักฐานชี้ชัดว่า เป็นการกระทำของฝ่ายทหารโดยตรง รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง โดยต้องชดเชยให้กับผู้เสียหาย ซึ่งได้กระทำกันไปแล้ว
แม้ความจริงเป็นอย่างนั้น แต่ชาวบ้านที่นั่นเขาก็ยังวิพากษ์วิจารณ์กัน ว่า
เป็นการ “อุ้มฆ่า” ขนานแท้!
เราจะไป ‘ห้าม’ ปากชาวบ้านไม่ได้หรอกครับ เพราะเรื่อง
ตากใบนั้น ชาวบ้านเขาก็เห็นอยู่ชัดๆว่า ทหารเป็นฝ่ายกระทำข้างเดียว ไม่มีใครเขาไปเกี่ยวข้องด้วย!
สำหรับเรื่องการ “ฆ่าตัดตอน” นั้น ถึงวันนี้แล้ว แม้จะมีการสอบสวนเอาจริงเอาจังกันอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีการทุ่มเทงบประมาณกันมากมาย แต่เวลาผ่านไปแล้วเนิ่นนายตั้ง 4 ปี นับแต่มีการตั้ง คตน.ขึ้นมา ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า
คุณทักษิณแกไปเกี่ยวข้องในเรื่องการ “ฆ่าตัดตอน” ตรงไหนเลย!
ดังนั้น เราพอจะสรุปกันตรงนี้ได้ไหมว่า การฆ่าตัดตอนที่
คุยฟุ้งเอามันกันนั้น และเป็นเรื่อง “ขนานเทียม” หรือเสกสรรปั้นแต่งกันขึ้นมาเท่านั้นเอง!
หรือไม่จริง!!?
ก่อนจบข้อเขียนในวันนี้ ผมขอนำความเห็นของคุณ “วิมล อยุธยา” ที่แสดงไว้ท้ายคอลัมน์ “ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?” มานำเสนอกับท่านผู้อ่าน เพราะน่าสนใจมาก
คุณ “วิมล อยุธยา”เขียนมา อย่างนี้ครับ
...ตั้งแต่ปฏิวัติปี 2549 มา อยุธยามียาเสพติดเพิ่มขั้นหลายเท่าตัว ไม่มีใครสนใจปราบปรามสักเท่าไหร่เลย ทั้งรัฐบาลทหารบิ๊กบัง ทั้งรัฐบาลสุรยุทธ ทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ล้วนมีอำนาจล้นฟ้า ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ทำไมไม่จัดการเรื่องยาเสพติดให้อยู่หมัด หรือเจ้าพ่อยาเสพติดหนุนประชาธิปัตย์อยู่อย่างที่เขาลือกัน เฉพาะที่อยุธยาเดี๋ยวนี้ พูดกันอย่างช้ำใจว่า ชื่อเต็มๆคือ "อยุธยา(เสพติด)" ที่ว่าเคยล่มแล้วสมัยพม่าเผา ตอนนี้ก็ล่มอีกครั้งจากยาเสพติดที่เผาผู้คนโดยเฉพาะเยาวชน...
ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
คนที่เขาตั้งใจทำงาน สนองพระราชดำรัสและพระเดชพระคุณของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นการทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองโดยไม่เห็นกับความเหนื่อยยาก ด้วยการกวาดล้างขบวนการยาเสพติด เพื่อลูกหลานของเรา จะได้มีความปลอดภัย ในวันข้างหน้า กลับถูกฝ่ายไอ้พวกอัปรีย์ป้ายสี กล่าวหาร่ำไป
แม้ไอ้พวกขบวนการป้ายสี มันจะพยายามสักปานไหน แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีดีดักแล้ว แต่ไอ้พวกโลซกเหล่านั้น มันก็ยังหาหลักฐาน มาแสดงต่อสังคมไม่ได้เลย...
แม้แต่น้อยนิด!
ท้ายที่สุดนี้ อยากจะบอกเหตุผล ที่ผมต้องออกมาเขียน เรื่องยาเสพติดอีกครั้งเป็นหลักเป็นฐานไว้ ก็เพื่อจะให้ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ รู้ทั่วกันว่า
ครั้งหนึ่ง บ้านเมืองไทยของเรานั้น เคยทำสงครามเอาชนะยาเสพติดได้แล้ว แต่เพราะไอ้พวกอัปรีย์ ที่มันยึดอำนาจ ไปจากพี่น้องประชาชน และมุ่งแต่ประโยชน์ตน จนร่ำรวยมั่งคั่งไปตามๆกัน และปู้ยี่ปื้ยำบ้านเมืองอันเป็นที่รักของพวกเรา ให้เสียหายยับเยิน แต่พวกมันกลับไม่มีปัญญา ดูแลบ้านนี้เมืองนี้ให้มีความสงบสุขร่มเย็นได้
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังไม่ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระเจ้าแผ่นดิน ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ โดยปล่อยให้เพลิงแห่งยาเสพติด มีโอกาสได้กลับมา และ...
ลุกลาม...โหมไหม้ ‘แผ่นดินของเรา’ อีกครั้ง!!!
********
(ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2553)
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=234
--
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com/2010/05/16/the-king-fades
http://thaiuknews.wordpress.com
http://redphanfa2day.wordpress.com
http://liberalthai.wordpress.com,
http://asiapacific.anu.edu.au/newmandalahttp://www.notthenation.com,
http://wdpress.blog.co.uk,
http://www.youtube.com/user/iheredottv,
http://redsiam.wordpress.com,
http://siamrd.blog.co.uk,http://thaienews.blogspot.com,
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com,
http://thaiuknews.wordpress.com,
http://redphanfa2day.wordpress.com,
http://liberalthai.wordpress.com,
http://lmwatch.blogspot.com/ศูนย์ข้อมูลและเฝ้าระวังกรณีผลกระทบจาก"กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง,
http://horriblethailand.wordpress.com/category/red-songs,
http://www.filmint.nu
http://filmjournal.net/kinoblog
--
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com/2010/05/16/the-king-fades
http://thaiuknews.wordpress.com
http://redphanfa2day.wordpress.com
http://liberalthai.wordpress.com,
http://asiapacific.anu.edu.au/newmandalahttp://www.notthenation.com,
http://wdpress.blog.co.uk,
http://www.youtube.com/user/iheredottv,
http://redsiam.wordpress.com,
http://siamrd.blog.co.uk,http://thaienews.blogspot.com,
http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com,
http://thaiuknews.wordpress.com,
http://redphanfa2day.wordpress.com,
http://liberalthai.wordpress.com,
http://lmwatch.blogspot.com/ศูนย์ข้อมูลและเฝ้าระวังกรณีผลกระทบจาก"กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง,
http://horriblethailand.wordpress.com/category/red-songs,
http://www.filmint.nu
http://filmjournal.net/kinoblog
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
